Solar Rooftop EPC Contractor

ระบบโซล่าเซลล์โรงงานและอาคารธุรกิจ

วิเคราะห์ ออกแบบ โครงสร้างวิศวกรรม ติดตั้ง และบำรุงรักษาอย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด ช่วยลดภาระค่าไฟกลางวัน ดำเนินการยื่นขออนุญาตขนานไฟ MEA/PEA ครบวงจร

ประเมินขนาดและจุดคุ้มทุนด้วย AI

เปลี่ยนหลังคาว่างเปล่า
เป็นแหล่งพลังงานและกำไร

อาคารธุรกิจและโรงงานอุตสาหกรรมในประเทศไทยเสียโอกาสจำนวนมหาศาลจากการปล่อยพื้นที่หลังคาทิ้งไว้เฉยๆ พลังงานจากแสงอาทิตย์สามารถช่วยลดต้นทุนค่าโสหุ้ยได้อย่างจับต้องได้ โดยเฉพาะธุรกิจที่มีการใช้พลังงานสูงในช่วงเวลากลางวัน

ลดค่าไฟฟ้าได้ทันทีสูงสุด 70%: ปรับเปลี่ยนกระแสไฟจากโซล่าเซลล์มาจ่ายเครื่องปรับอากาศ เครื่องจักร และระบบแสงสว่างในตอนกลางวัน
จุดคุ้มทุน (ROI) 4-6 ปี: หลังจากระยะเวลาคืนทุน ระบบจะทำการผลิตกระแสไฟฟ้าใช้งานได้ฟรีต่อเนื่องยาวนานกว่า 20 ปี
มาตรการส่งเสริมการลงทุน BOI: ธุรกิจสามารถนำค่าติดตั้งโซล่าเซลล์ไปลดหย่อนภาษีเงินได้นิติบุคคลสูงสุด 50% ของเงินลงทุนจริง

ขั้นตอนการดำเนินงานมาตรฐาน EPC

1

สำรวจและประเมินทางวิศวกรรม (Engineering Survey)

ส่งทีมวิศวกรวิเคราะห์ทิศทางแสงเงา โครงสร้างรับน้ำหนักของหลังคา และปริมาณการใช้ไฟจริงของอาคาร

2

ออกแบบและเสนอราคา (System Design & Proposal)

เลือกใช้แผงเกรด Tier 1 และอินเวอร์เตอร์ชั้นนำระดับโลก ออกแบบการจัดวางแผง (Layout) ที่เพิ่มผลผลิตพลังงานสูงสุด

3

ดำเนินการด้านเอกสารกฎหมาย (Permits & Regulations)

จัดการเอกสารขออนุมัติขนานไฟกับการไฟฟ้านครหลวง (MEA) หรือส่วนภูมิภาค (PEA) รวมถึงเอกสารจดแจ้ง กกพ. และดัดแปลงอาคาร

ประเมินราคาโซล่ารูฟท็อปอัจฉริยะ

กรอกข้อมูลเบื้องต้นเพื่อวิเคราะห์หาขนาดกำลังติดตั้งที่เหมาะสม ราคาโดยประมาณ และคำนวณระยะเวลาจุดคุ้มทุนเบื้องต้นด้วยระบบ AI

1
2
3

เลือกประเภทลูกค้าและค่าไฟฟ้า

ข้อมูลนี้จะช่วยให้ระบบคำนวณโครงสร้างค่าไฟฟ้าเฉลี่ยตามจริง

🏠
บ้านพักอาศัย
อัตราค่าไฟบ้านทั่วไป
🏢
อาคาร/สำนักงาน
ธุรกิจเชิงพาณิชย์
🏭
โรงงาน/อุตสาหกรรม
ขนาดใหญ่ใช้ไฟต่อเนื่อง
25,000 บาท
1,500 บาท 500,000 บาท+

ข้อมูลโครงสร้างและการใช้งานหลังคา

ข้อมูลโครงสร้างหลังคาและพฤติกรรมการใช้ไฟฟ้าในแต่ละวัน

🪵
เมทัลชีท (Metal)
ยึดคลิปจับ ไม่รั่วซึม
🧱
หลังคากระเบื้อง
CPAC / ลอนคู่
🏢
ดาดฟ้าคอนกรีต
ใช้โครงสร้างฐานยกสูง
🏠
ใช้บางส่วน (40%)
กลางวันไม่มีคนอยู่บ้าน
🏢
ใช้เป็นหลัก (75%)
สำนักงาน/โรงงานกะกลางวัน
🏭
ใช้ต่อเนื่อง (90%)
เครื่องจักรหรือระบบเย็น 24 ชม.
1 เฟส (Single Phase)
บ้านพักอาศัยขนาดเล็ก-กลาง
3 เฟส (Three Phase)
บ้านหลังใหญ่, สำนักงาน, โรงงาน

ข้อมูลติดต่อเพื่อส่งผลประเมิน

กรอกข้อมูลผู้ติดต่อเพื่อจัดเตรียมเอกสารประเมินรายละเอียดทางวิศวกรรมส่งให้คุณโดยตรง

* ข้อมูลนี้ใช้สำหรับส่งมอบรายงานวิเคราะห์จุดคุ้มทุนการติดตั้งโซล่าเซลล์ (Solar Report) และใช้ในการประสานงานสำหรับบริการสำรวจหน้างานฟรีเท่านั้นตามกฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (PDPA)

📊

รอการวิเคราะห์ข้อมูล...

กรุณากรอกข้อมูลขั้นตอนที่ 1-3 และกดปุ่มคำนวณความเหมาะสม เพื่อแสดงรายงานวิเคราะห์พลังงานและประมาณราคา

ประเมินจำลองด้วย AI

ขนาดติดตั้งระบบที่เหมาะสม

--
kWp (กิโลวัตต์พีค)
งบประมาณติดตั้งโดยประมาณ
--
ประหยัดค่าไฟฟ้าต่อปี
--
จำนวนแผงโซล่าเซลล์
--
พื้นที่หลังคาขั้นต่ำ
--
ระยะเวลาจุดคุ้มทุนโดยประมาณ (Payback ROI)
--
🌱
ช่วยลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก (CO2 Reduction)
--
* ตัวเลขและผลประเมินข้างต้นเป็นเพียงข้อมูลคาดการณ์เชิงวิศวกรรมขั้นต้นโดยแบบจำลองภูมิอากาศ ทิศทางแสงแดด และข้อมูลทางสถิติเฉลี่ยของประเทศไทยเท่านั้น ทั้งนี้ ขนาดติดตั้งจริง รายละเอียดโครงสร้างอาคาร และรูปแบบการใช้กระแสไฟฟ้าในหน้างานอาจทำให้ค่าวิเคราะห์เกิดการเปลี่ยนแปลง ทาง New Type Engineering ยินดีให้บริการส่งวิศวกรเข้าประเมินและสแกนพื้นที่หน้างานจริงของท่านโดยไม่มีค่าใช้จ่าย

คำถามที่พบบ่อย (FAQs)

รวมข้อสงสัยและคำตอบสำคัญทางเทคนิคเกี่ยวกับการตัดสินใจติดตั้งระบบโซล่ารูฟท็อป B2B

การติดตั้งโซล่ารูฟท็อปช่วยประหยัดค่าไฟให้กับธุรกิจได้อย่างไร?
โซล่ารูฟท็อปจะผลิตกระแสไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์เพื่อนำมาใช้งานโดยตรงภายในอาคารทดแทนการซื้อไฟจากการไฟฟ้าในช่วงเวลากลางวัน ซึ่งเหมาะสมมากกับอาคารสำนักงานที่เปิดทำการจันทร์-ศุกร์ หรือโรงงานอุตสาหกรรมที่มีการเดินเครื่องผลิตตลอดวัน ช่วยลดภาระค่าไฟฟ้ารายเดือนได้สูงถึง 30-70% ตามสัดส่วนการติดตั้ง
ระยะเวลาคืนทุน (ROI) ของระบบโซล่าเซลล์สำหรับโรงงานอุตสาหกรรมเฉลี่ยกี่ปี?
สำหรับระบบโซล่าเซลล์ขนาดใหญ่เชิงพาณิชย์และอุตสาหกรรม (ขนาดตั้งแต่ 50 kWp ขึ้นไป) ระยะเวลาคืนทุนเฉลี่ยจะอยู่ที่ประมาณ 4 ถึง 6 ปี ขึ้นอยู่กับสัดส่วนการใช้ไฟฟ้าช่วงกลางวัน อัตราค่าไฟฟ้า และการสนับสนุนด้านสิทธิประโยชน์ทางภาษี เช่น สิทธิประโยชน์การลดหย่อนภาษีเงินได้นิติบุคคลจาก BOI สูงสุด 50% ของเงินลงทุน