มาตรฐานการเลือกใช้สายไฟฟ้าทนไฟ (Fire-Resistant Cable) สำหรับระบบปั๊มน้ำดับเพลิงและพัดลมอัดอากาศ ตามมาตรฐาน IEC 60331 และ วสท.

มาตรฐานสายไฟฟ้าทนไฟ Fire Resistant Cable IEC 60331 BS 6387 วสท Fire Pump Pressurization Fan

ภาพที่ 1: โครงสร้างสายไฟฟ้าทนไฟ (Fire-Resistant Cable) และการประยุกต์ใช้งานในระบบช่วยชีวิต (Life Safety Systems) (คลิกที่ภาพเพื่อขยาย)

📑 สารบัญเนื้อหา (Table of Contents)

ในเหตุเพลิงไหม้อาคารสูงและอาคารขนาดใหญ่พิเศษ ระบบช่วยชีวิตวิกฤต (Life Safety Systems) เช่น ปั๊มน้ำดับเพลิง (Fire Pump), พัดลมอัดอากาศบันไดหนีไฟ (Stairwell Pressurization Fan), พัดลมดูดควันไฟ (Smoke Exhaust Fan) และ ระบบแจ้งเหตุเพลิงไหม้ (Fire Alarm System) จะต้องสามารถทำงานได้อย่างต่อเนื่องแม้ในขณะที่พื้นที่อาคารบางส่วนกำลังถูกเพลิงไหม้อย่างรุนแรง

หัวใจสำคัญที่สุดในการจ่ายพลังงานไฟฟ้าและสัญญาณควบคุมไปยังอุปกรณ์เหล่านี้ คือ "สายไฟฟ้าทนไฟ" (Fire-Resistant Cable หรือ FRC) ซึ่งหากเลือกใช้สายผิดประเภท เช่น นำสายไม่ลามไฟ (Flame Retardant Cable) มาใช้แทน สายไฟจะละลายและเกิดไฟฟ้าลัดวงจรภายในเวลาเพียงไม่กี่นาที ส่งผลให้ปั๊มน้ำดับเพลิงหยุดทำงานหรือพัดลมอัดอากาศหยุดหมุนทันที ทำให้ควันพิษทะลักเข้าสู่ช่องบันไดหนีไฟ นำไปสู่ความสูญเสียชีวิตอย่างมหาศาล

ข้อควรระวังวิศวกรรม: สายไฟฟ้าชนิด "ไม่ลามไฟ" (Flame Retardant - IEC 60332) ไม่ใช่ สายไฟฟ้าชนิด "ทนไฟ" (Fire Resistant - IEC 60331) การนำสาย THW, NYY หรือ CV ธรรมดามาใช้กับปั๊มน้ำดับเพลิงหรือพัดลมอัดอากาศ ถือเป็นความผิดร้ายแรงตามมาตรฐานการติดตั้งทางไฟฟ้า วสท. 022001-22 และ NFPA 20/92

1. ความแตกต่างที่สำคัญ: Flame Retardant VS Fire Resistant Cable

ความเข้าใจผิดที่พบได้บ่อยในงานก่อสร้าง คือการสับสนระหว่างสายไฟ 2 ชนิดนี้ ซึ่งมีคุณสมบัติทางวิศวกรรมที่แตกต่างกันโดยสิ้นเชิง:

  • สายไม่ลามไฟ (Flame Retardant Cable - IEC 60332 / TIS 11 Part 101): ออกแบบมาเพื่อ "ยับยั้งการลุกลามของเปลวไฟ" ตามสายไฟเท่านั้น เมื่อถูกเผา ฉนวนจะเกรียมและไม่ลามไฟต่อเอง แต่ วงจรไฟฟ้าจะขาดและลัดวงจร (Short Circuit) ทันทีที่ฉนวนถูกไฟเผาจนถึงตัวนำทองแดง จึงเหมาะสำหรับสายไฟฟ้าทั่วไปในอาคารเพื่อไม่ให้สายไฟเป็นชนวนนำไฟ
  • สายไฟฟ้าทนไฟ (Fire-Resistant Cable - IEC 60331 / BS 6387 / BS 8491): ออกแบบมาเพื่อ "รักษาความต่อเนื่องในการจ่ายกระแสไฟฟ้า (Circuit Integrity)" แม้ว่าสายจะถูกเปลวไฟเผาไหม้โดยตรงที่อุณหภูมิสูงกว่า 750°C ถึง 950°C ร่วมกับแรงกระแทกและละอองน้ำ สายก็ยังคงจ่ายกระแสไฟฟ้าและส่งสัญญาณควบคุมได้อย่างต่อเนื่องไม่น้อยกว่า 90 ถึง 180 นาที

2. โครงสร้างภายในของสายไฟฟ้าทนไฟ (Fire-Resistant Cable Architecture)

ความสามารถในการทนความร้อนสูงของสาย FRC เกิดจากชั้นเกราะป้องกันพิเศษที่ห่อหุ้มตัวนำทองแดง โดยมีชั้นโครงสร้างสำคัญดังนี้:

  1. Conductor (ตัวนำไฟฟ้า): ทองแดงบริสุทธิ์ชนิด Annealed Copper Stranded Conductor ที่มีความยืดหยุ่นและการนำไฟฟ้าสูง
  2. Fire Barrier / Mica Tape (ชั้นไมกาเทปทนไฟ): หัวใจสำคัญของสาย FRC คือการพันทับตัวนำทองแดงด้วยเทปแร่ไมกา (Mica Tape) แร่ไมกาเป็นฉนวนธรรมชาติที่มีจุดหลอมเหลวสูงเกินกว่า 1,000°C แม้ฉนวนพลาสติกชั้นนอกจะถูกไฟเผาจนไหม้หมด แร่ไมกาก็ยังคงพันโค้งรอบตัวนำไฟฟ้า กั้นไม่ให้ตัวนำทองแดงแตะกันลัดวงจร
  3. Primary Insulation (ฉนวนหลัก): นิยมใช้ XLPE (Cross-linked Polyethylene) หรือ EPR (Ethylene Propylene Rubber) ซึ่งทนความร้อนในการทำงานปกติได้ถึง 90°C
  4. Inner Sheath & Fillers (เปลือกชั้นในและสารเติมเต็ม): ช่วยให้สายทรงรูปเป็นทรงกลม ใช้สารหน่วงไฟชนิดปราศจากฮาโลเจน
  5. Outer Sheath (เปลือกนอก LSZH): เปลือกนอกเป็นสารโพลีเมอร์ชนิดพิเศษ Low Smoke Zero Halogen (LSZH) เมื่อโดนความร้อนจะปล่อยควันนวลบาง ไม่บดบังทัศนวิสัยในการหนีไฟ และไม่มีก๊าซฮาโลเจน (เช่น คลอรีน/ฟลูออรีน) ที่เมื่อรวมกับเหงื่อหรือความชื้นจะกลายเป็นกรดกัดกร่อนทางเดินหายใจ

3. มาตรฐานการทดสอบสายไฟทนไฟสากล (IEC 60331 vs BS 6387 vs BS 8491)

ในการสเปกสายไฟสำหรับโครงการก่อสร้าง วิศวกรต้องระบุมาตรฐานการทดสอบให้สอดคล้องกับข้อกำหนดของ วสท. และ NFPA:

มาตรฐานการทดสอบ อุณหภูมิไฟเผา (°C) ระยะเวลาการทดสอบ เงื่อนไขการทดสอบเพิ่มเติม (Mechanical / Water) ประเภทการใช้งานที่เหมาะสม
IEC 60331-21 / 11 750°C - 800°C 90 - 180 นาที ทดสอบเฉพาะเปลวไฟ (Flame Only) ขณะจ่ายแรงดันไฟฟ้าตามพิกัด สายไฟและสายสัญญาณวงจร Life Safety ทั่วไปในอาคาร
BS 6387 (Category C, W, Z) Category C: 950°C
Category W: 650°C
Category Z: 950°C
C: 180 นาที
W: 15 นาที (มีฉีดน้ำ)
Z: 15 นาที (มีการเคาะกระแทก)
Category CWZ (Highest Standard)
C = เผาไฟ 950°C
W = ไฟเผา + ละอองน้ำดับเพลิง (Water Spray)
Z = ไฟเผา + แรงกระแทกจากการพังทลาย (Mechanical Shock)
อาคารสูงพิเศษ, ศูนย์ข้อมูล (Data Center), โรงงานเคมี, ระบบปั๊มดับเพลิงวิกฤต
BS 8491 / F120 830°C ± 40°C 120 นาทีต่อเนื่อง ทดสอบไฟเผา + แรงกระแทกตามรอบ + ละอองน้ำฉีดกระแทก (สำหรับสายไฟขนาดใหญ่ OD > 20 mm) สายเมนจ่ายไฟขนาดใหญ่ (Power Feeders) ให้พัดลมอัดอากาศและ Fire Pump

4. ข้อกำหนดการเลือกใช้และติดตั้งตามมาตรฐาน วสท. และ NFPA

4.1 วงจรไฟฟ้าสำหรับปั๊มน้ำดับเพลิง (Fire Pump Circuit - NFPA 20 & วสท. 022001-22)

ปั๊มน้ำดับเพลิงไฟฟ้า (Electric Motor-Driven Fire Pump) ถือเป็นอุปกรณ์ดับเพลิงหลักของอาคาร ตามมาตรฐาน NFPA 20 และ วสท. กำหนดเงื่อนไขการเดินสายไฟฟ้าไว้อย่างเคร่งครัดดังนี้:

  • ระยะเวลาทนไฟ: วงจรไฟฟ้าจ่ายพลังงานจากตู้ MDB หรือตู้สับเปลี่ยนไฟฉุกเฉิน (ATS) ไปยังตู้ควบคุมปั๊มน้ำดับเพลิง (Fire Pump Controller) ต้องเป็นสายทนไฟไม่น้อยกว่า 2 ชั่วโมง (120 นาที) ตามมาตรฐาน IEC 60331 หรือ BS 6387 CWZ
  • การป้องกันทางกายภาพ: หากใช้สายไฟธรรมดา ต้องฝังในโครงสร้างคอนกรีตหนาไม่น้อยกว่า 50 มิลลิเมตร (2 นิ้ว) หรือเดินในท่อเหล็กที่ห่อหุ้มด้วยวัสดุป้องกันไฟทนได้ 2 ชั่วโมงตลอดเส้นทาง
  • พิกัดกระแสสายไฟ: สายไฟฟ้าต้องมีพิกัดกระแส (Ampacity) ไม่น้อยกว่า 125% ของกระแสโหลดเต็มที่ (Full Load Current - FLC) ของมอเตอร์ปั๊มดับเพลิง เพื่อรองรับการทำงานต่อเนื่องโดยไม่เกิดความร้อนสะสม
  • ห้ามติดตั้ง Overload Protection: วงจรจ่ายไฟปั๊มดับเพลิงต้องออกแบบให้ยอมให้มอเตอร์ทำงานจนกระทั่งขดลวดไหม้ไปเอง ดีกว่าโดน Thermal Overload ทริปตัดการทำงานขณะกำลังฉีดน้ำดับเพลิง

4.2 วงจรไฟฟ้าสำหรับพัดลมอัดอากาศและดูดควัน (Stairwell & Smoke Fan Circuit - NFPA 92)

พัดลมอัดอากาศบันไดหนีไฟ (Stairwell Pressurization Fan) และพัดลมระบายควัน (Smoke Exhaust Fan) มีข้อกำหนดการเลือกสายดังนี้:

  • สายไฟฟ้าจ่ายกำลัง (Power Cable) และสายสัญญาณสั่งการ (Control Cable) จากตู้ควบคุม Fire Alarm ไปยังตู้สตาร์ทพัดลม (Magnetic Starter / VFD) ต้องใช้สายทนไฟ FRC มาตรฐาน IEC 60331 ทนไฟอย่างน้อย 90-120 นาที
  • ต้องเลือกใช้สายชนิด LSZH (Low Smoke Zero Halogen) เท่านั้น เพื่อป้องกันไม่ให้สายไฟปล่อยควันพิษเข้าสู่ท่อส่งลม (Air Duct) ซึ่งอาจพัดกระจายควันพิษไปยังบันไดหนีไฟ
  • บันไดหนีไฟและช่องทางเดินหนีไฟ ห้ามมีการเดินสายไฟฟ้าอื่นที่ไม่เกี่ยวข้องกับระบบความปลอดภัยอาคารผ่านเข้ามาในช่องบันได

5. สมการวิศวกรรม: การคำนวณ แรงดันตก (Voltage Drop) เมื่อสายไฟถูกความร้อน

ข้อผิดพลาดทางวิศวกรรมที่มักถูกมองข้าม คือ ความต้านทานไฟฟ้าของสายทองแดงจะเพิ่มสูงขึ้นตามอุณหภูมิ (Temperature Coefficient of Resistance) เมื่อเกิดเพลิงไหม้ สายไฟทนไฟที่ถูกไฟเผาจะมีอุณหภูมิสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว ทำให้ค่าความต้านทาน $R$ สูงขึ้นอย่างมาก และส่งผลให้เกิด แรงดันตก (Voltage Drop) ที่ปลายสายจนมอเตอร์ปั๊มดับเพลิงหรือพัดลมไม่สามารถออกตัว (Start) ได้

สมการปรับค่าความต้านทานทองแดงตามอุณหภูมิที่เพิ่มขึ้น:

\( R_T = R_{20} \times [ 1 + \alpha_{20} \times (T - 20) ] \)

โดยที่:
\( R_T \) = ความต้านทานทองแดงที่อุณหภูมิขณะเกิดไฟไหม้ T (°C) (Ω/km)
\( R_{20} \) = ความต้านทานทองแดงที่อุณหภูมิอ้างอิง 20°C (Ω/km)
\( \alpha_{20} \) = สัมประสิทธิ์การเปลี่ยนแปลงความต้านทานทองแดง (0.00393 / °C)
\( T \) = อุณหภูมิการทดสอบทนไฟ (เช่น 750°C หรือ 950°C)

สมการคำนวณแรงดันตกในระบบไฟฟ้า 3 เฟส 400V (Three-Phase Voltage Drop):

\( V_{drop} = \sqrt{3} \times I \times L \times (R_T \cos\phi + X \sin\phi) \)

โดยที่:
\( V_{drop} \) = ค่าแรงดันตกในสาย (Volts)
\( I \) = กระแสไฟฟ้าของมอเตอร์ปั๊มดับเพลิง หรือ พัดลม (Amperes)
\( L \) = ความยาวสายไฟจากตู้ MDB ถึงมอเตอร์ (Kilometers)
\( R_T \) = ความต้านทานทองแดงที่อุณหภูมิสูง (Ω/km)
\( X \) = ค่าความต้านทานเชิงเหนี่ยวนำของสายไฟ (Reactance) (Ω/km)
\( \cos\phi \) = เพาเวอร์แฟกเตอร์ของมอเตอร์ (Power Factor)

คำแนะนำวิศวกร NTE: ขณะเกิดเพลิงไหม้ แรงดันตกสะสมในวงจรจ่ายไฟปั๊มดับเพลิงขณะสตาร์ทด้วยกระแสกระชาก (Locked Rotor Current - LRC) ต้องไม่เกิน 15% ของแรงดันพิกัด เพื่อป้องกันไม่ให้ตู้ควบคุม Fire Pump Controller เกิดอาการ Magnetic Contactor ดรอปหลุดขณะเริ่มทำงาน

6. สรุป Checklist การเลือกและติดตั้งสายไฟฟ้าทนไฟอย่างถูกต้อง

  1. ตรวจสอบว่าสายไฟมีระบุข้อความ "Fire Resistant" และมาตรฐาน IEC 60331 หรือ BS 6387 บนเปลือกสายอย่างชัดเจน
  2. มีชั้นแร่ไมกาเทป (Mica Tape) ห่อหุ้มแกนทองแดงทุกแกนก่อนเข้าชั้นฉนวนหลัก XLPE
  3. เปลือกนอกต้องเป็นชนิด LSZH (Low Smoke Zero Halogen) เผาแล้วไม่มีก๊าซพิษกรดฮาโลเจน
  4. เลือกขนาดสายไฟ (Core Size) โดยเผื่อค่าความต้านทานสะสมจากความร้อนและ Voltage Drop ไม่เกินมาตรฐานกำหนด
  5. การยึดจับสายไฟบน Cable Tray หรือ Ladder ต้องใช้ แคลมป์ยึดสแตนเลสทนไฟ (Stainless Steel Cable Cleat) ห้ามใช้เคเบิ้ลไทร์พลาสติกธรรมดาเพราะจะละลายเมื่อโดนไฟ ทำให้สายไฟร่วงหล่นลงมาฉีกขาด

💬 สอบถามวิศวกร New Type Engineering

ปรึกษาการออกแบบ คำนวณมาตรฐาน และส่งทีมวิศวกรสำรวจหน้างานฟรี!

กดแอด LINE @newtypeth

บริการออกแบบและตรวจวัดมาตรฐานวิศวกรรมครบวงจร

บริษัท นิวไทป์ เอ็นจิเนียริ่ง จำกัด ทุนจดทะเบียน 5 ล้านบาท ได้มาตรฐาน ISO 9001:2015 ยินดีให้คำปรึกษา สำรวจหน้างาน และประเมินราคาฟรีไม่มีค่าใช้จ่าย

CONTINUE READING

📚 บทความความรู้วิศวกรรมแนะนำอ่านต่อ

⚡ ไฟฟ้า & Alarm ติดตั้งระบบแจ้งเหตุเพลิงไหม้ (Fire Alarm) อาคารไหนต้องมี? ขั้นตอน งบประมาณ และมาตรฐานที่ต้องรู้

ติดตั้งระบบแจ้งเหตุเพลิงไหม้ (Fire Alarm) อาคารไหนต้องมี? ขั้นตอน งบประมาณ และมาตรฐานที่ต้องรู้

คู่มือฉบับเจ้าของอาคารและโรงงาน: ระบบ Fire Alarm มีองค์ประกอบอะไรบ้าง อาคารประเภทไหนที่กฎหมายบังคับ เลือก Addressable หรือ Convent...

อ่านบทความนี้ต่อ →
⚡ ไฟฟ้า & Alarm เลือกตัวตรวจจับควัน vs ความร้อน (Smoke vs Heat Detector) ป้องกัน False Alarm

เลือกตัวตรวจจับควัน vs ความร้อน (Smoke vs Heat Detector) ป้องกัน False Alarm

เจาะลึกวิศวกรรมการเลือกติดตั้งตัวตรวจจับเพลิงไหม้ (Smoke Detector vs Heat Detector) ตามมาตรฐาน NFPA 72 และ วสท.: ความแตกต่างในการท...

อ่านบทความนี้ต่อ →
⚡ ไฟฟ้า & Alarm เจาะลึกระบบตรวจจับควันความไวสูง ASD (VESDA) ทำงานอย่างไร เหมาะกับพื้นที่แบบไหน?

เจาะลึกระบบตรวจจับควันความไวสูง ASD (VESDA) ทำงานอย่างไร เหมาะกับพื้นที่แบบไหน?

คู่มือระบบตรวจจับควันความไวสูง ASD (Aspirating Smoke Detector) หรือ VESDA อธิบายวิศวกรรมการทำงาน เกณฑ์เวลาหน่วงการเดินทางของควัน 1...

อ่านบทความนี้ต่อ →